ม.44 ปลดล็อก “ที่ดิน ส.ป.ก.” “เกษตรกรรม” หรือจะสู้ “พลังงาน-เหมืองแร่”

โดย ผู้จัดการรายวัน   
24 มิถุนายน 2560 06:11 น.
  ม.44 ปลดล็อก “ที่ดิน ส.ป.ก.” “เกษตรกรรม” หรือจะสู้ “พลังงาน-เหมืองแร่”
        ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - เป็นไปตามคาดหมายเมื่อที่ประชุม “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)” เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ปลดล็อกข้อจำกัดในการใช้พื้นที่ ส.ป.ก. เพื่อการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม การวางกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า และการทำเหมืองแร่ สามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ส.ป.ก. ต่อไปได้
       
        เหตุที่เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาจนต้องใช้อำนาจพิเศษของหัวหน้า คสช. เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เป็นเพราะว่า ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2560 เพิกถอนระเบียบเรื่อง การให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น พ.ศ. 2541 ที่ใช้พิจารณาอนุญาตสำหรับกิจการปิโตรเลียม ส่งผลให้มีผู้ที่ได้รับสัมปทานสำรวจและผลิต 7 ราย ต้องหยุดผลิต
       
        และไม่ใช่เพียงแค่จะปลดล็อกให้กิจการปิโตรเลียม พลังงานลม และเหมืองแร่ เข้าใช้ที่ดิน ส.ป.ก.ได้ เท่านั้น คสช.กำลังแง้มฝาโลงที่ตอกที่ดิน ส.ป.ก.ติดกับการทำเกษตรกรรมแต่เพียงอย่างเดียวให้สามารถนำไปทำอย่างอื่นได้ด้วย ดังที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันดังกล่าวว่า นอกจาก 3 กิจการข้างต้นแล้ว กิจการอื่นที่จะขออนุญาตใช้ที่ดิน ส.ป.ก. คสช.จะพิจารณาเป็นกรณีไป
       
       ทั้งนี้ โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณา คือ กิจการที่จะอนุญาตให้ใช้ตามคำสั่ง มาตรา 44 จะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงกำหนดให้ชัดเจนว่า มีค่าตอบแทนที่ได้จากการนำที่ดินเหล่านี้ไปใช้ในการสาธารณประโยชน์ เงินที่ได้มาจะต้องนำไปจัดหาที่ดินให้เกษตรกร เพื่อให้เพียงพอต่อการทำการเกษตร และกำหนดเงื่อนไขในการคืนประโยชน์ให้สังคมในรูปแบบเงินกองทุน การดูแลประชาชนในพื้นที่ รวมถึงกำหนดแผนฟื้นฟูที่ดินเป็นระยะด้วย จึงจะนำที่ดินเหล่านี้ไปใช้ได้
       
       นั่นหมายความว่า ในอนาคตการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่ตีตรา ส.ป.ก. จะเปิดกว้างมากขึ้นตามสภาพการณ์ที่เป็นจริงในเวลานี้ ที่มีปัญหาการนำที่ดิน ส.ป.ก.ไปใช้ในกิจการอื่นๆ มากมาย
       การใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อปลดล็อกสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมคราวนี้ ไม่ใช่แค่ให้บริษัทที่เจอคำสั่งศาลฯ เดินหน้าผลิตปิโตรเลียมต่อไปได้โดยถูกต้อง แต่ยังเป็นการดำเนินการเพื่อรองรับการเปิดให้สำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ ที่กระทรวงพลังงาน กำลังจะเปิดให้ผู้สนใจยื่นขอสิทธิ์ในการสำรวจและผลิตภายในเดือนก.ค. 2560 นี้ด้วย หากไม่ปลดล็อกแน่นอนย่อมมีปัญหาใหญ่ตามมาแน่ เนื่องจากปิโตรเลียม 17 แปลง (แปลง L2/57-L22/57) ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. ทั้งสิ้น
       
        ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ก่อนที่หัวหน้า คสช.จะใช้คำสั่งตาม ม. 44 เหนือคำสั่งศาลนั้น มีการหารือกันระหว่างนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหา กรณีผู้รับสัมปทานปิโตรเลียม รวม 7 บริษัท ในพื้นที่ส.ป.ก. ที่ต้องหยุดผลิตมาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2560 หลังจากศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่ง ซึ่งการประชุมหารือกันได้เสนอ 4 แนวทางให้ที่ประชุม คสช. พิจารณา คือ
       
       1.การถอนสภาพที่ดิน ส.ป.ก. เปลี่ยนไปเป็นที่ดินราชพัสดุ กระทรวงคลัง จะเข้ามาดูแลแทน หากเป็นเช่นนั้น การจัดส่งรายได้การใช้ที่ดิน ส.ป.ก.เข้ากองทุนพัฒนาเกษตรกรที่มีการจัดส่งรายได้อยู่ในปัจจุบันจะหยุดชะงักซึ่งผู้เสียประโยชน์ก็คือเกษตรกร 2. การแก้ไขกฎหมาย ส.ป.ก.ซึ่งต้องใช้ระยะเวลายาวนาน 3. การออกระเบียบภายใต้เงื่อนไขข้อกฎหมาย ส.ป.ก.เพื่อปลดล็อกการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก.ตามมาตรา 19 และ 30 แต่ก็จะไม่ครอบคลุมกิจการปิโตรเลียม และ 4. การใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. ตาม ม.44 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดิน ส.ป.ก.ในส่วนที่มีปัญหา และในที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คสช.จึงเลือกหนทางสุดท้าย
       
       สำหรับ7 บริษัทปิโตรเลียมที่ได้รับประโยชน์ในครั้งนี้ประกอบด้วย บริษัท ปตท.สผ.สยาม จำกัด บริษัท ซีเอ็นพีซีเอชเค (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท พีทีทีอีพี เอสพี ลิมิเต็ด บริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด บริษัท ทวินซ่า ออยล์ ลิมิเต็ด และบริษัท ย่านฉาง ปิโตรเลียม (ไทยแลนด์) จำกัด
       
       กระทรวงพลังงาน รายงานว่า กิจการปิโตรเลียมที่หยุดผลิตในพื้นที่ ส.ป.ก. รวม 7 ราย หลังมีคำสั่งศาลฯ มาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2560 ส่งผลกระทบต่อปริมาณปิโตรเลียมที่หายไป น้ำมันดิบ 16,000 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 50% ของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบบนบก มูลค่าประมาณ 28 ล้านบาทต่อวัน ก๊าซธรรมชาติ 110 ล้าน ลบ.ฟ.ต่อวัน คิดเป็น 69% ของการผลิตก๊าซบนบก มูลค่า 19.25 ล้านบาทต่อวัน ก๊าซธรรมชาติเหลว 100 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 25% ของการผลิตบนบก มูลค่า 0.175 ล้านบาทต่อวัน รวมมูลค่าผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งหมด 47.4 ล้านบาทต่อวัน รวมระยะเวลาที่หยุดผลิตไปรวม 15 วันนั้น เกิดความสูญเสียไปแล้วกว่า 700 ล้านบาท
       
       นอกจากนี้ ยังกระทบรายได้เข้ารัฐจากการจัดเก็บค่าภาคหลวง ประมาณ 26 ล้านบาทต่อวัน โดยจำนวนดังกล่าวเป็นส่วนที่ต้องจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3.55 ล้านบาทต่อวัน
       
        สำหรับการดำเนินการภายหลังการปลดล็อก จะมีการโอนอำนาจการอนุมัติให้ใช้ที่ดิน ส.ป.ก.ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเกษตรกรรม ไปอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ซึ่งกรมธนารักษ์สามารถให้เอกชนเช่าใช้ประโยชน์ได้ โดยคิดอัตราค่าเช่าที่ดินตาม พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518
       
       ส่วนผู้รับสัมปทานที่ได้ดำเนินการเข้ามาผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ โดยที่ยังไม่ได้รับการยินยอมจาก ส.ป.ก. นั้น จะต้องจ่ายค่าปรับให้กับ ส.ป.ก.ด้วย เช่น บริษัท ซีเอ็นพีซีเอชเคฯ ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 5 แปลง ขณะนี้อยู่ในระหว่างประเมินความเสียหาย และบริษัท ปตท.สผ.สยาม ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร โดยเฉพาะอย่างยิ่งแปลงสัมปทานของบริษัท ปตท.สผ.สยาม ที่ดำเนินการผลิตมาตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 2558 เบื้องต้นต้องจ่ายค่าปรับรวมเป็นเงิน 20 ล้านบาท
       
       แรงกระเพื่อมต่อเนื่องจากการใช้อำนาจตามม.44 เพื่อปลดล็อกที่ดิน สปก.ครั้งนี้นำมาซึ่งคำถามมากมาย โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ชาติและเป้าหมายของประเทศที่จะเดินต่อไปในภายภาคหน้าว่าจะเป็นไปในทิศทางใด เพื่อแม้จะอ้างว่าเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ก็มิอาจมองได้ว่า เป็นการเอื้อต่อกลุ่มทุนเช่นกัน
       
        จะมีการแก้ไข พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2532 เพื่อเปิดทางให้สามารถใช้ที่ดิน ส.ป.ก.เพื่อประโยชน์สาธารณะของประเทศว่าจะครอบคลุมถึงไหน อย่างไร หลัง ม.44 ได้ถูกใช้เพื่อเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันให้เรียบร้อยแล้ว
       
        นี่คือความท้าทายต่ออนาคตของเกษตรกรรมและเกษตรกรไทยอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง
       
       


จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017