DSI ชี้ “คนมีสี” อยู่เบื้องหลังนำเข้ารถหรู ช่วยเคลียร์เส้นทาง-คดีความ!

โดย MGR Online   
9 พฤษภาคม 2560 18:01 น.
DSI ชี้ “คนมีสี” อยู่เบื้องหลังนำเข้ารถหรู ช่วยเคลียร์เส้นทาง-คดีความ!
        ดีเอสไอ เผยคนมีสีอยู่เบื้องหลังการนำเข้ารถหรูผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่รัฐร่วมรู้เห็น ยันเร่งปราบปรามอย่างจริงจัง แต่บรรดาแก๊งนำเข้ารถหรูก็จะใช้บารมีและคอนเนกชันในการเคลียร์เส้นทาง-เคลียร์คดี เผย คดีรถหรู 58 คดี แล้วเสร็จแค่ 6 อีกทั้งมีรถจดประกอบกว่า 7 พันคันที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ระบุยึดทันทีหากพบผิดกฎหมาย
       
        การนำเข้ารถหรูในลักษณะของรถจดประกอบเพื่อหลบเลี่ยงภาษีนับเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบหนึ่งที่สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติปีละไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ประเภทซูเปอร์คาร์ อาทิ เฟอร์รารี ปอร์เช่ จากัวร์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลัมบอร์กินี เป็นต้น โดยมีลูกค้าเป้าหมายเป็นคนมีฐานะ ดารา หรือ กลุ่มที่นิยมของหรู
       
        ที่ผ่านมาแม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการจับกุมปราบปรามมาตลอดแต่ขบวนการผิดกฎหมายเหล่านี้ก็ยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเรื่องนี้ต้องถูกตั้งเป็นคดีพิเศษ และมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เข้าไปดำเนินการอย่างจริงจัง ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีรถจดประกอบที่กรมศุลกากรส่งเรื่องให้ดีเอสไอตรวจสอบกว่า 7,000 คัน

DSI ชี้ “คนมีสี” อยู่เบื้องหลังนำเข้ารถหรู ช่วยเคลียร์เส้นทาง-คดีความ!
พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
        พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีบริษัทที่นำเข้ารถหรูเป็นร้อยบริษัท และมีจำนวนไม่น้อยที่ดำเนินการในลักษณะรถจดประกอบเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี โดยจะสวมเอกสารว่าเป็นรถมือสอง แยกชิ้นส่วนเข้ามา แล้วนำมาประกอบใหม่ในไทย ในรูปแบบของรถจดประกอบ เพื่อให้จ่ายภาษีในอัตราที่ต่ำลง ซึ่งทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้จำนวนมหาศาล กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างจริงจัง
       
        ทั้งนี้สำหรับวิธีการในการหลบเลี่ยงภาษีในการนำเข้ารถหรูนั้น บริษัทที่นำเข้าจะรับออเดอร์จากผู้ซื้อว่าต้องการรถยี่ห้อไหน รุ่นอะไร และดำเนินการนำเข้า โดยกระบวนการนำเข้าจะต้องแสดงให้ “ศุลกากร” เห็นว่ารถยนต์ที่นำเข้ามานั้นมาแบบเป็นชิ้นส่วน ไม่ใช่มาแบบสำเร็จรูปทั้งคัน เนื่องจากถ้านำเข้ามาทั้งคันจะถือว่าเป็น “รถนำเข้า” ซึ่งอัตราภาษีจะแตกต่างกันมาก ถ้านำเข้าโครงตัวรถทั้งโครงเพื่อประกอบเป็นรถจดประกอบจะเสียภาษีศุลกากรในการนำเข้าชิ้นส่วนตัวถัง 30% ซึ่งการจะนำรถมาขอจดทะเบียน ต้องมีเอกสารอินวอยซ์ที่เสียภาษีศุลกากร แสดงชื้นส่วนเครื่องยนต์และตัวถัง ถึงจะนำมาจดประกอบเป็นรถที่สมบูรณ์ได้ เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ต้องหาโรงงานประกอบรถที่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพสามิต เพื่อประกอบรถให้เป็นคัน เมื่อประกอบเสร็จต้องนำไปจดทะเบียนเป็นรถจดประกอบที่ “กรมการขนส่งทางบก” และนำไปเสียภาษีสรรพสามิตเหมือนรถป้ายแดง โดย “กรมสรรพสามิต” จะประเมินราคาว่า รถรุ่นไหน เครื่องยนต์ขนาดใด เสียภาษีเท่าไหร่

DSI ชี้ “คนมีสี” อยู่เบื้องหลังนำเข้ารถหรู ช่วยเคลียร์เส้นทาง-คดีความ!
        จากข้อมูลกรมสรรพสามิตระบุว่า รถที่มีเครื่องยนต์ไม่เกิน 2,800 ซีซี เสียภาษี 30% จากราคาประเมิน รถที่มีเครื่องยนต์เกิน 2,800 ซีซี เสียภาษี 50% ของราคาประเมิน แต่หากนำเข้ารถหรูทั้งคัน จะต้องเสียภาษี “รถนำเข้า” ถึง 300% ของราคารถเลยทีเดียว
       
        “การหลบเลี่ยงภาษีโดยแจ้งข้อมูลเท็จว่าเป็นรถจดประกอบนั้นมีทั้งแบบที่นำรถหรูเข้ามาทั้งคันแต่แจ้งเป็นรถจดประกอบ และแบบที่นำรถหรูแยกเป็นชิ้นส่วน แล้วนำเข้าชิ้นส่วนแยกชิ้นเพื่อเลี่ยงภาษี จากนั้นจึงนำชิ้นส่วนมาประกอบเป็นรถทั้งคัน คือเขาถอดเป็นชิ้นๆ ส่งเข้ามาเพื่ออำพราง จะได้เสียภาษีในอัตราของรถจดประกอบ แต่เมื่อตรวจสอบจะพบว่าเลขเครื่องและเลขตัวถังเป็นเลขเดียวกันซึ่งชี้ชัดว่าเป็นรถคันเดียวกัน ไม่ใช่รถจดประกอบ จากรถนำเข้าที่ต้องเสียภาษี 200-300% จะลดเหลือแค่ 30%” รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุ
       
        ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล บอกอีกว่า ปัจจุบันจะมีบริษัทนำเข้ารถยนต์ที่ทำธุรกิจในลักษณะนี้อยู่เป็นจำนวนมาก ในแวดวงจะเรียกกันว่า Gray Market โดยบริษัทจะรับออเดอร์จากลูกค้า จากนั้นก็นำเข้ารถพร้อมทั้งประสานกับบริษัทที่ทำธุรกิจจดประกอบรถยนต์ ซึ่งบริษัทดังกล่าวจะทำหน้าที่เดินเรื่องทำเอกสารรับรองว่ารถนี้เป็นรถจดประกอบ ประสานกับเจ้าหน้าที่รัฐที่อำนวยความสะดวก

DSI ชี้ “คนมีสี” อยู่เบื้องหลังนำเข้ารถหรู ช่วยเคลียร์เส้นทาง-คดีความ!
        “เขาทำกันเป็นขบวนการ เป็นการสมรู้ร่วมคิดระหว่างผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และเจ้าหน้าที่รัฐ ปัจจุบันบริษัทที่ทำธุรกิจลักษณะนี้มีรายใหญ่ๆ อยู่ประมาณ 20 ราย ซึ่งมักมีคนมีสีเข้าไปเกี่ยวข้อง บ้างก็เป็นที่ปรึกษา บ้างก็เข้าไปถือหุ้น พวกนี้ก็จะใช้บารมีและคอนเนกชันในการเคลียร์เส้นทาง เคลียร์คดี แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่เข้าไปเป็นกรรมการเพื่อกินเงินเดือนหรือรับเบี้ยประชุมแต่ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการกระทำที่ผิดกฎหมาย ถูกเอาชื่อไปอ้าง”
       
        สำหรับกรณีรถหรูที่ดีเอสไอดำเนินการนั้นมีอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน คือ
        1.ส่วนที่เป็นคดี มี 58 คดี เป็นคดีที่สิ้นสุดแล้ว 6 คดี (รวมถึงคดีของสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ) ส่วนอีก 52 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นรถที่มีการนำเข้าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
       
        2.ส่วนที่กำลังตรวจสอบ โดยได้รับข้อมูลจากกรมศุลกากรว่าในช่วงปี 2553-2554 ประเทศไทยมีรถจดประกอบที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอยู่ 7,000 กว่าคัน แต่ไม่แน่ชัดว่าในจำนวนนี้มีรถจดประกอบจริงกี่คัน และรถที่แจ้งเท็จกี่คัน ทางดีเอสไอจึงดำเนินการตรวจสอบ โดยเชิญเจ้าของรถมาสอบถาม และตรวจสอบสภาพรถว่าตรงกับที่ขึ้นทะเบียนไว้หรือไม่
       
        ส่วนการดูแลรถหรูที่ถูกดำเนินคดีหรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบนั้น รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า การดูแลและเก็บรักษารถดังกล่าวเป็นหน้าที่ของกรมศุลกากร แต่เนื่องจากกรมศุลกากรมีพื้นที่ไม่เพียงพอ จึงมีรถบางส่วนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษจำเป็นต้องช่วยเก็บรักษา โดยได้เช่าพื้นที่ของกรมไปรษณีย์โทรเลขเพื่อเก็บรถ

DSI ชี้ “คนมีสี” อยู่เบื้องหลังนำเข้ารถหรู ช่วยเคลียร์เส้นทาง-คดีความ!
        “จริงๆ แล้วรถที่อยู่ในการดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษมีไม่มาก ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี ส่วนรถที่คดีถึงที่สุดแล้ว ศาลตัดสินแล้ว หากไม่ผิดเราก็ส่งคืนให้เจ้าของ แต่ถ้าผิดกรมศุลกากรก็จะยึดไปขายทอดตลาด โดยเปิดประมูลขายนำรายได้เข้ารัฐต่อไป”
       
        ขณะที่รถจดประกอบ 7,000 กว่าคันที่ได้รับแจ้งจากกรมศุลกากรนั้น ดีเอสไอ ไม่ได้มีการยึดตัวรถมาแต่อย่างใด รถยังอยู่ในการครอบครองของเจ้าของ เพราะกรณีนี้เป็นเรื่องของการตรวจสอบเท่านั้น ยังไม่ใช่คดีที่มีการกระทำความผิด โดยดีเอสไอจะเชิญเจ้าของรถมาสอบถาม พร้อมทั้งตรวจสภาพรถ เปรียบเทียบกับข้อมูลที่ได้จากกรมศุลกากร ถ้าพบว่ามีปัญหาก็อาจจะมีการอายัดรถและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

       

จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017