ลึกทันใจ : ตอบโจทย์ทำไมต้องมี 'บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ'

โดย MGR Online   
17 เมษายน 2560 16:40 น.
ลึกทันใจ : ตอบโจทย์ทำไมต้องมี 'บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ'
       
       คลิปรายการ “ลึกทันใจ” ตอน ตอบโจทย์ทำไมต้องมี 'บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ' ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม NEWS1 วันจันทร์ที่ 17 เมษายน 2560

       

       
       

       
       เหตุผลที่เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย หรือ คปพ.ยืนยันว่าจำเป็นต้องมีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ก็คือต้องมีหน่วยงานนี้มาทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียมและดูแลการให้สัมปทานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อเสนอของ “กรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯพ.ศ. 2514 ที่เสนอว่า บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ จะเป็นผู้มีสิทธิเพียงรายเดียวการสำรวจและแสวงหาประโยชน์ในทรัพยากรปิโตรเลียมทั้งหลาย และมีหน้าที่ในการบริหารสัญญาสัมปทาน สัญญาแบ่งปันผลผลิต และสัญญาการจ้าง รวมถึงสัมปทานที่หมดอายุ โดยการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติจะตราเป็นกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ ให้มีสภาพเป็นนิติบุคคล และมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ แต่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมาย
       
       หม่อมหลวง กรกสิวัฒน์ เกษมศรี 1 ในกรรมาธิการฯ อธิบายว่าบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ไม่ได้มาทำธุรกิจแข่งกับเอกชน แต่มาทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารจัดการปิโตรเลียม โดยเฉพาะการให้สิทธิเพิ่มในอนาคตอีกด้วย อีกทั้งยังมีแหล่งปิโตรเลียมที่ใกล้จะหมดสัญญาสัมปทานกับภาคเอกชนในปี 2565-2566 ก็จะได้รับโอนแหล่งปิโตรเลียม รวมถึงอุปกรณ์บนแท่นผลิตทั้งหมดที่จะตกเป็นของรัฐ แล้วนำมาเปิดประมูลใหม่ในรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งเชื่อว่าจะมีเอกชนหลายรายเสนอตัวเข้าแข่งขัน ตรงนี้จะเป็นรายได้มหาศาลของประเทศ
       
       ส่วนที่วิตกกันว่าบรรษัทฯ จะล้มเหลวเหมือนของเม็กซิโกนั้น รูปแบบของไทยจะแตกต่างกัน โดยบรรษัทฯ ของเม็กซิโก การบริหารจัดการทั้งหมดเป็นของรัฐ 100% ซึ่งอาจทำให้มีปัญหาในเรื่องของงบประมาณ แต่บรรษัทน้ำมันฯ ของไทยทำหน้าที่ดูแลการประมูล พิจารณาการให้สัมปทาน โดยไม่ได้เข้าไปลงทุนเอง จึงตัดข้อกังวลเรื่องนี้ไปได้
       
       อย่างไรก็ตาม แม้ความหวังที่จะให้มีการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติดูจะเลือนรางเต็มที แต่เครือข่ายคปพ.ก็ยังต้องเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้ต่อไป โดย นางสาวรสนา โตสิตระกูล ตั้งข้อสังเกตในเรื่องการเปิดประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณและบงกชรอบใหม่ที่จะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ ที่จะต้องใช้วิธีแบ่งปันผลผลิต แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ แล้วเห็นได้ชัดว่าน่าจะเป็นการแบ่งปันผลกำมะลอเท่านั้น เพราะยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแล ตั้งแต่เริ่มขุดเจาะก๊าซขึ้นมาจากหลุม ไม่ใช่แค่รับทราบจากตัวเลขที่เอกชนรายงาน เท่านั้น และเมื่อได้ส่วนแบ่งก๊าซแล้วหน่วยงานดังกล่าวก็ต้องทำหน้าที่จำหน่ายก๊าซที่ได้มา ซึ่งกรมเชื้อเพลงธรรมชาติที่เป็นหน่วยงานราชการจะทำหน้าที่ตรงนี้ได้จริงหรือไม่? หรือถ้าจะจ้างให้เอกชนทำหน้าที่ขายแทนจะมีขั้นตอนอย่างไร ทั้งบุคลากรและระเบียบราชการต่าง ๆ เอื้ออำนวยหรือไม่
       
       นอกจากนั้นการเปิดประมูลแหล่งเอราวัณและบงกชยังมีคำถามที่ต้องตอบ นั่นคือ เหตุใดกรมเชื้อเพลิงฯจะต้องเร่งเปิดประมูลในเดือนกรกฎาคมนี้ ไม่รอให้มีการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติก่อน ทั้งที่ยังเหลือเวลาอีก 5-6 ปีกว่าจะหมดสัญญาสัมปทานและรายละเอียดในการประมูลมีลักษณะที่เอื้อประโยชน์แก่ผู้รับสัมปทานรายเดิมหรือไม่ ดังนั้น จึงไม่มีทางอื่น นอกจากจะต้องตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเข้ามาทำหน้าที่บริหารทรัพยากรปิโตรเลียมและดูแลการประมูลแทนกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เพื่อผลประโยชน์จากทรัพยากรจำนวนมหาศาลจะได้ตกอยู่กับชาติและประชาชนนั่นเอง
       
       ทีมข่าว ลึกทันใจ รายงาน

จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 2 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017